2007/Jan/29

ไปเจอคนtagไว้คนหนึ่ง เลยมาเขียนบ้างตามกระแสที่ไม่ค่อยอยากฝืนเพราะไม่รู้จะฝืนไปเพื่ออะไรเหมือนกันครับ ถึงแม้จะทิ้งช่วงนานไปหน่อยก็ตามเถอะนะ

เรื่องของผมlnwwaที่ผมคิดว่าไม่มีคนรู้ 5 ข้อ

1. ชื่อผมไม่ได้มีไว้บ่งบอกถึงอะไรเป็นพิเศษ เพราะชื่อผมทำมาเพื่อตั้งใจให้คนเข้ามาพิจารณาการกระทำเอา ซึ่งส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมาจะพวกที่เฉยๆกับชื่อนี้กับอีกพวกหนึ่งคือร้อนตัวประโคมด่าว่าเป็นเกรียนเอย ต่างๆนาๆเอย ซึ่งคนที่ว่ามาแบบนี้ก็เหมือนกับคนไม่ดูตัวเอง ตัดสินคนจากภายนอก เพราะต่อให้ผมเปลี่ยนชื่อเป็น"เอนก"หรือ"บ่าว"ก็มีแต่คนมาด่าเหมือนเดิมละครับ เลยตั้งชื่อบล็อกแบบนี้ไปเลยให้พ้นๆซะ จะได้ไม่ต้องมาต่อล้อต่อเถียงอะไรเพิ่มเติมนักให้ปวดหัว เพราะแค่นี้ก็ปวดหัวกับวงค์การการ์ตูนในไทยที่เน่าลงเรื่อยๆอยู่แล้ว

2. บ้านผมอยู่แถวเมืองชล แต่มาทำงานแถวกรุงเทพ แล้วพักอยู่กับเพื่อนๆ เล่นเน็ตทุกวัน ดูอนิเมทุกวัน เล่นเกมทุกวัน และแน่นอนละ ผมแบ่งเวลาเล่นและเวลาดูอนิเมออกจากการทำงานอย่างลงตัว ไม่ได้ถึงขั้นต้องทุ่มเทจนเสียการเสียงานเหมือนคนหลายๆส่วน เพราะผมต้องสนุกกับสิ่งพวกนี้โดยต้องมีหน้าที่ดำเนินชีวิตต่อไปด้วย

3. คิดยังไงเกี่ยวกับวงค์การการ์ตูนไทยและเกมไทย ก็ต้องบอกได้เลยว่า เหมือนจะเน่า แต่ก็ไม่เน่า เพราะวงค์การเหล่านี้ที่ไม่ได้พัฒนานั้นไม่ใช่เพราะไม่มีฝีมือ แต่ไม่มีการบริหาร ไม่มีการศึกษาข้อมูลเพิ่มบ้าง วันๆมัวแต่ ย่ำ ย่ำ ย่ำ อยู่แต่ที่เดิมละ กี่10ปีผ่านไปก็ผ่านไปตลอด มัวแต่รอให้มีคนมาสนับสนุนๆแต่ดันไม่ทอะไรให้มันดูเด่นจนมีคนอยากมาช่วย เบื้องบนหนะเขาเลยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศ เมื่อไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศแล้วจะให้เขาช่วยเหรอ ผมมีเงินผมก็ไม่ให้หรอกถ้าไม่มีผลงานและแผนงานที่ดีพอ เพราะการสานความฝันให้คนอื่นโดยที่ไม่รู้ว่าจะดีหรือจะร่วงนั้นมัน"ไม่ใช่เรื่อง!!"

4. คิดยังไงกับโอตาคุไทย ไม่ได้ทำอะไรให้สังคม แต่ก็ไม่ได้ทำให้สังคมวุ่นวาย เป็นเหมือนสังคมๆหนึ่งเท่านั้นละ แต่พวกที่ชอบก่อความวุ่นวายหรือโชว์โง่หนะ ก็ไตร่ตรองตัวเองดูบ้างละกัน อย่าให้โดนหลอกจนต้องให้คนมาด่าว่าโอตาคุไทยโง่เลย มันโดนทั้งสังคม อย่างไอ้ที่ประมูลของแบบบ้าพลังหนะ....พ่อแม่มาเห็นคงอนาถใจ............

5. ผมไม่เคยคอมเมนท์งานใครครับ ใครไม่เข้าใจไปอ่านหัวบล็อกให้ตาสว่างๆซะ

ไปละครับ ไว้ว่างๆจะมาหาเรื่องเขียนเพิ่มเติมให้ไม่เหงาปาก หาที่ระบายความทุกข์ก็แบบนี้ละครับ

2007/Jan/01

สวัสดีปีใหม่ครับเหล่านักอ่านทุกท่านที่ยังคนชื่นชอบอ่านการ์ตูนด้วยความสุข ไม่ได้อัพบล็อกแห่งนี้นานแล้วเพราะติดงานสารพัดเรื่องบวกกับไม่มีสถานนการณ์อะไรให้น่าบ่นมากมายนักนอกจากเรื่องของการ์ตูนราคาขึ้นกันเป็นแถวๆกับเรื่องของระเบิดต้อนรับปีใหม่ที่ทำให้ปีนี้หมองหม่นตั้งแต่ต้นปี

เอาละงมาเข้าเรื่องหลักๆของเรากันดีกว่า

ก่อนปีใหม่แวะไปดูหนังกับเพื่อนๆหลายสิบคนมา แล้วก็ต้องแวะไปร้านหนังสือประจำที่ตนไปบ่อยๆ แล้วเจ้าของร้านก็เห็นหน้าผมจนจำได้แล้วละว่าจะอ่านการ์ตูนเล่มใหม่ทุกเล่มอยู่แล้ว เลยเอาชุดใหม่มาตั้งให้ทั้งหมด โอ้ว...ปีใหม่นี้หมดค่าการ์ตูนเยอะมากๆ แต่ก็ไปสะดุดตาการ์ตูนไทยอยู่ 2 เล่ม จริงๆมันก็ซื้อการ์ตูนไทยที่ขาดไปมาหลายเล่มละ แต่2เล่มนี้มันสะดุดตาจริงๆ นั่นคือ"Boys and Girls"เล่ม2ของสำนักพิมพ์Coconut comics และ "Mint & Max" ของนิตยสารOtaku จะขอเริ่มได้เรื่องแรกก็แล้วกัน

Boys and Girls เล่ม2

จากเล่มแรกที่สร้างความประทับใจอันแสนน่าจะ....อดีตผ่านไปแล้ว คิดไว้แบบนี้ก่อนแกะซองมาอ่านครับพอแกะปุ้บ ไม่ต้องเปิดก็บ่นได้แล้วครับ กระดาษปกที่"แย่"กว่าของเก่ายังกะปริ้นมาเอง บางเฉียบจนถ้าอ่านไม่ดีก็ขาดได้สบายๆ โอ้วอยากบ่นตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดอ่านนับว่าเป็นสถิติของความแย่ของการอ่านการ์ตูนเลยละ ปกข้างในเป็นรูปติดเรทเหมือนเดิม แต่ความโป๊ไม่มากเท่าเล่มที่แล้วเริ่มต้นที่เนื้อหาย้อนไป 2 ปีก่อนมีเหตุเพลิงไหม้ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง แล้วก็เฉลยมาว่าพระเอกเป็นมนุษย์ทดลอง....

โอ้ว!!!หักมุมซะขนาดนี้เลยเหรอ งั้นเล่มหน้าพระเอกคงแปลงร่างเป็นมนุษย์ยักษ์ได้แหง พระเอกที่ความสามารถด้านความไว วิ่งได้เร็วสุดๆ เร็วๆมากๆ แล้วหนีออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติคนเดียว แล้วเข้าไปเรียนโรงเรียนนี้ได้ไงละ ไม่มีคนตามจับไม่เท่าไร เอาประวัตินักศึกษามาจากไหน อะไร ยังไง ก็ไม่ได้บอกไว้มีอดีตที่โรงเรียนเก่าก็จริงแต่ก็ไม่ได้บอกว่าไปเรียนได้ไงทั้งๆที่เป็นคนที่ไม่มีประวัติ อ้อ สงัสยเอาเงินที่ขโมยออกมาจากสถานทดลองไปยัดโรงเรียนแหงเลยไม่ใช่ว่าคุณผู้เขียนมาอ่านตรงนี้แล้วไปใส่เพิ่มในเล่ม 3 นะครับ...แล้วก็เข้าเรื่องปัจจุบัน พระเอกไปเดิมหาชมรมกับตัวละครที่วาดมาจากคนเขียนเรื่อง...โดยไปเริ่มที่หอพระซึ่งว่ากันว่าเป็นจุดศูนย์กลางของชมรมต่างๆ ซึ่งก็มีชมรมรมศิลปะซึ่งก็มีนางเอกเป็นนางแบบรูปนู้ด...นี่ม.ปลายนะครับ ม.ปลายทำแบบนี้มันไม่มีนะครับ...แล้วเขาก็ไม่ให้นักเรียนมาทำแบบนี้กันนะครับ นางเอกก็แสนใจง่ายผิดกับเล่มแรกเลยนะมาแก้ผ้าแบบนี้ ที่ญี่ปุ่นก็ไม่ทำกันครับ ญี่ปุ่นเขาใช้นางแบบจ้างกันมาครับ แล้วนางเอกเปลี่ยนทรงผมอีกแล้ว...... เปลี่ยนมาหลายรอบจนดูไม่ออกแล้วครับว่าเป็นใคร เพราะหน้าเหมือนกันเกือบหมด ตรงหน้าตัวละครเหมือนกันไม่เป็นไรครับ เพราะการ์ตูนญี่ปุ่นก็มีหลายเรื่องที่หน้าเหมือนๆกัน แต่เปลี่ยนทรงผมเรื่อยๆนี่ อิมเมจตัวละครเสียครับ ดูไม่ออกด้วยว่าเป็นใคร แล้มผ่านมาเล่ม 2 เปลี่ยนผมบ่อยเกินไปครับ เปลี่ยนหลายทรงเกินไปด้วย

อ่านไปได้ซักพักจนเจอตัวละครใหม่มากมาย โอ้วเยอะจริง...... ตัวละครใหม่ที่ดูเด่นในเล่มนี้เป็นสาวจีนชื่อ"ผิงกว่อ"นักเรียนสาวโนบรา... โรงเรียนนี้นักเรียนรู้สึกจะโนบราทุกคนเลยนะครับ สงสัย"ว่าจะทำเพื่อความเท่าเทียมกันของนักเรียนชายและหญิงซินะครับ" เจริญตายละแบบนี้ แล้วจุกของคุณเธอแต่ละคนก็ตั้งเด่ซะ... ถ้าพูดให้ลึกกว่านี้ก็ส่อว่าเป็นการ์ตูนโป๊เกรดต่ำไปแล้วละ อ่านไปพักใหญ่ ตัวละครชายออกมาใหม่อีก 2 คน"ข้าวสาร"กับ"ต้นยอ" แล้วตัวละครชายเล่มแรกๆหายไปไหนหมดแล้วครับ สร้างตัวละครใหม่ ทิ้งตัวละครเก่า ทำแบบนี้เหมือนไม่ได้วางกำหนดตัวละครไว้เลย ผลเลยออกมาที่เล่ม 2 นี่ละครับ ตัวละครไม่รู้ใครเป็นใคร อ่านไปครึ่งเล่ม เริ่มงง ผมแค่เริ่มงงนะ หลายคนที่ขอผมไปอ่านมีบอกว่าห่วย อ่านแล้วปวดหัวอยากจะ...ด้วยซ้ำไป แล้วเกินไปครึ่งเล่ม ก็กลายเป็นการ์ตูนบู้เสื้อขาดเหมือนเรื่องIkitousenเลยครับ แต่การแบ่งเรทของการ์ตูนไทยเรื่องนี้ไม่ได้มีเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องที่พูดมาข้างบนเลยครับ เพราะการ์ตูนเล่มนี้ไม่ได้แบ่งเรทไว้ตรงหน้าปกเลย ตัวละครอีกตัวที่น่าหงุดหงิดก็ตัวละครที่ออกมาเหมือนจิคาเงะในเรื่องมิโกะตะวันจันทรา...แต่ชื่อไอซ์ทีแล้วก็อิมเมจเหมือนกันด้วย ประทับใจมาก...อย่างน้อยเปลี่ยนทรงผมเป็นทรงอื่นก็ยังดี อย่าเอาตัวละครของอาจารย์ไคชาคุมาทำให้ติดแง่ลบมากไปกว่านี้เลยครับ อ่านจนจบ เล่มนี้อ่านยากกว่าคราวที่แล้วมากเพราะการดำเนินเรื่องไม่ดีเลย...ดำเนินเรื่องไม่ดี ต่อให้ภาพอลังการงานสร้างขนาดไหนก็ไม่ได้ทำให้การ์ตูนดีขึ้นครับ คิดว่าการ์ตูนนี่แค่ภาพสวยก็พอ..ก็แนะนำให้ไปวาดอย่างอื่นครับ การ์ตูนเรื่องนี้จัดช่องได้ค่อนข้างแย่ครับ นี่คงเป็นอีก 1 อย่างที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้อ่านยาก แล้วยังมีลอกเลียนแบบช่องของการ์ตูนดังๆมาจากบางเรื่องครับ ซึ่งส่วนนี้เราได้ทำการรวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบอยู่แล้วจะเอามาให้ได้ชมแน่นอน โรงเรียนในการ์ตูนนี้ขาดความสมจริงหลายๆอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการมีชมรมที่เกินเหตุไปหน่อยอย่าง...ชมรมยิงปืน ชมรมจ้าวยุทธ์ ชมรมดนตรีที่รวมกันหมดทั้งสากล ไทย จีน ไม่รวมอินเดีย ญี่ปุ่น ไม่รวมประเทศอื่นๆไปด้วยเลยละครับ ชุดเมดของมอคค่าก็เป็นชุดเมดที่แสนจะ...มีปลอกคอแบบจูงได้ด้วย เมดบ้านนางเอกนี่ แต่งชุดแบบนี้ไปเยี่ยมศพด้วยละ... เรื่องคำผิดต้องชมครับว่าดีขึ้น แต่ก็ยังมีคำผิดอยู่บ้าง ตรงนี้อยากให้คุณเก็บไว้เป็นเครื่องเตือนสติครับว่า ต้องทำให้ดีขึ้นแบบเรื่องนี้

แล้วก็"โฮโมซาเปี้ยน"นะครับ...ไม่ใช่"โฮโมเซเปี้ยน" เขียนการ์ตูนวิทยาศาตร์ เอาคำพวกนี้มาใช้ต้องตรวจเช็คให้ดีครับ ไม่งั้นก็อย่าเอาคำศัพท์แบบนี้มาใช้เพื่อสร้างความสวยหรูหรอกครับ เพราะมันไม่ได้ทำให้ดีขึ้นเลย กลับเป็นการปล่อยไก่มากกว่าเดิมซะอีก

เออเรื่องตบท้ายที่อยากบ่นสำหรับเรื่องนี้...กระดาษที่พิมพ์หนังสือครั้งนี้ห่วยมากครับ โดยเฉพาะปกสีเนี้ย อ่านจนจบสีลอกด้วยนะครับ แย่มากๆในการพิมพ์หนังสือตลาดขายรู้สึกว่าพิมพ์กระดาษแบบนี้ออกมา...ราคา40บาทนี่แพงขึ้นทันตาเลย

*******************************************************************

Mint & Max

รวมผลงานการตูน 4 ช่องที่ลงประจำในนิตยสารOTAKUที่ผมก็เป็นลูกค้าประจำอยู่เหมือนกันผลงานนักวาดคนนี้เรารู้จักกันในInternetดีครับ ประทับใจเรื่องการวาดและการออกแบบตัวละครของกลุ่มนี้อยู่แล้วครับซึ่งเราจะมาพูดถึงการ์ตูนไทยเล่มนี้กันครับ

แกะห่อมา สิ่งที่น่าตกใจจุดแรกคือ อ้าว การ์ตูนเล่มนี้ไม่มีปกหุ้มเหรอ ทำเป็นหนังสือการ์ตูนแบบพวกสำนักพิมพ์ใต้ดินอย่าง"บันได"เลยครับ เล่นซะแบบว่า 40 บาทจะคุ้มไหมเนี้ย...แต่กลับมีหน้าสีมาให้ถึง 6 รูปแหนะ ถือว่าชดเชยกันได้ละ

การ์ตูนข้างในเป็น 4 ช่องน่าอ่านเพราะมีการดำเนินเรื่องที่ดี เรื่องราวของพี่น้องนักตอบจดหมายของนิตยสารOTAKUที่มาปล่อยมุขขำๆให้นักอ่านๆอ่านได้สบายๆ แล้วก็มีตัวละครมาเสริมในช่วงหลังเพิ่มขึ้นเป็นช่วงๆโดยไม่มีความติดขัด

คิดว่าการดำเนินเรื่องนี้นั้นดีคงเป็นเพราะตัวละครที่มีน้อยหนะละ เลยหาข้อบ่นยากหน่อย ผมอยากจะบ่นก็เรื่องรูปเล่มที่น่าจะทำแบบการ์ตูนรวมเล่มทั่วไปครับ เพราะจะดูน่าเก็บกว่าหนังสือรูปแบบนี้ แต่หลายๆมุขก็ทำให้คนอ่านทั่วไปที่ไม่ได้ตามการ์ตูนหลายๆเรื่องก็ไม่เข้าใจเช่นกันอย่างมุขหลุดบทที่Maxใส่วิกผมแบบซุปเปอร์ไซย่านั้น นักอ่านที่รู้เรื่องดราก้อนบอลน้อย อย่างกลุ่มนักอ่านหญิง ก็ไม่เก็ตมุขนี้ก็มี

โดยรวมงานในเล่มนี้ผ่านครับ แต่ต้องปรับปรงเรื่องรูปเล่มครับ

********************** **************************

มุมมองจากนักอ่านคนอื่นๆที่ผมลองให้เขาอ่านดู ผมได้ลองให้เพื่อนชายหญิงอ่านดูได้ผลสรุปมาคร่าวๆจาก 2 คนนี้อย่างนี้ครับ

ชาย : Boy & Girl ส่วนตัวผมนับถือคุณอย่างเดียวที่มีความกล้าออก นะครับ แต่เมื่อคุณออกการ์ตูนมาแล้วเป็นแบบขายให้คนอื่นอ่านแล้ว คุณก็ต้องมีความรับผิดชอบกับผลงานด้วย เท่าที่ผมอ่านการ์ตูนมาผมก็ยังหาจุดสนุกของเรื่องไม่ได้ ไม่รู้ว่าคุณนำเสนอการ์ตูนเกี่ยวกับอะไร เพราะเล่มแรก คุณมาแนว เนกิมะ+เทนโจเทนเกะ ตอนนี้มาเปลี่ยนแนวเป็น มนุษย์ดัดแปลง+เทนโจเทนเกะ จุดสนุกของเรื่องของคุณอยู่ที่ไหนผมยังไม่เห็นเลยจริง ๆ อ่านมาสองเล่มแล้ว ก็ไม่เจอ เนื้อเรื่องคุณก็ยังอ่อน การจัดช่องก็ธรรมดา ที่ลอกตามหนังสือการ์ตูนทั่้ว ๆ ไป แบบไม่ประยุกต์ นักวาดน่ะ ก๊อปได้แต่อย่าก๊อปมาแล้วไม่ประยุกต์ แบบนั้นคือการดูถูกคนอ่าน อย่างมาก
ด้านเส้นของคุณก็โอเค แต่มีดีแค่นี้แหละครับการ์ตูนคุณ นอกนั้น ไม่ถึงกับดีเท่าไรหรอก ถึงกับแย่ด้วย อีกอย่างเรื่องการลดต้นทุนการพิมพ์ เหลือกระดาษเกรด D จริง ๆ อันเก่าคุณขายได้ไม่ดีเท่าทีควรหรือ แต่คุณไม่ควรจะลดทุนโดยการ ใช้กระดาษเกรดต่ำ ในเล่มที่สอง แถมกระดาษปก นี่ไม่ต้องพูดเลยห่วยอย่างบอกใคร จะขาด ไม่ขาดด้วยถ้ารักษาไม่ดี

การวาดการ์ตูนและเนื้อเรื่องการ์ตูนของคุณไม่ผิดกฏหมาย แต่ ผิดศีลธรรม แต่ทำไมคุณจะขายการ์ตูนน่ะ ทำไมไม่คิดว่าขายคนอื่น ๆ ดูบ้าง หัดคิดว่า คนซื้อน่ะช่วยคุณ มากกว่าเพื่อนคุณ เพราะคุณขายบนตลาดบนดินแล้ว ไม่งั้นการ์ตูนโป๊ของคุณก็ไม่ต่างกับ การ์ตูนโป๊เกรด ต่ำ หรอกครับ

Mint&Maxนั้นด้านเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรถ้าไม่ติดตามอ่านในนิตยสาร ถ้ามองโดยรวมแล้วบางมุขบางคนอาจจะไม่เก็ท แต่บางมุขผมก็อดยิ้มไม่ได้เหมือนกันเพราะขำนิด ๆ แต่โดยรวมถือว่าโอเค เพราะเป็นการ์ตูนที่อ่านได้ทุกวัย แต่ข้อเสีย มีจุดเดียวที่ชัด ๆ คือการจัดรูปเล่ม มันยังไม่สะดุดตาเท่าไร ถ้ามองผ่าน ๆ ก็ไม่รู้เลยว่าเป็นการืตูนไทยวาด นึกว่าเป็นการืตูนไพเรท ซะมากกว่าอีก ส่วนกระดาษด้านในนี่คุณภาพใช้ได้ครับ มีภาพสี ให้สมกับราคา 40 บ. แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ ภาพสีนี่แหละที่เป้นกระดาษแข็ง เลยทำให้เปิดหนังสือ่านได้ยากเปิดไปซักพักมันจะเจ็บมือโดน กระดาษสีบาดเอาครับ ตรงนี้เป็นจุดบกพร่องของหนังสือ

หญิง : ทั้ง 2 เรื่องดูน่าอ่านทั้งคู่ ส่วนเรื่องของบอยแอนด์เกิลนั้นง่ายๆสั่นๆได้ใจความ"จับฉ่าย"คนเขียนเรื่องเหมือนไม่มีการวางแผนก่อนหรือเปล่า บางภาพที่โป้หนะ เขียนแบบนี้ไปเขียนการ์ตูนโป๊ไปเลยไม่ดีกว่าหรือคะส่วนมินท์แอนด์แม็กนั้นอ่านไปคลายเครียดดีแต่บางมุขก็ยังไม่เข้าใจ

Entryนี้ไม่ได้ต้องการชมหรือด่าใครนะครับ ขอให้นักอ่านการ์ตูนและนักเขียนการ์ตูนลองมองมุมมองนักอ่านแล้วนำไปพัฒนาฝีมือตนเองเพื่อนเป็น"นักเขียนการ์ตูนไทยที่ดีและมีคุณภาพของประเทศไทย"ด้วยนะครับ

2006/Dec/04

ช่วงเย็นของ2ถึง3วันก่อนที่ผ่านมา ผมก็ยังไปซื้อหนังสือการ์ตูนรวมเล่มเหมือนเดิมอย่างที่ซื้อทุกๆวัน บังเอิญญาติของผมขอการ์ตูนจากผมไปชุดหนึ่งแล้วหายเงียบไปเลย...เลยต้องไปซื้อใหม่เพราะไม่หวังทวงจากเขาแล้วละ เล่นยืมไปเป็นเดือนแล้วไม่คืน รำคาญ ไม่อยากทวง

หยิบการ์ตูนที่ขายไปมา10กว่าเล่ม.....400กว่าบาท........เดี๋ยวนี้การ์ตูนแพงขนาดนี้แล้วเหรอ......

เมื่อก่อนตอนสมัยยังเล่มละ35บาท ก็ว่าแพงนะแต่ก็พอรับได้ เพราะลิขสิทธ์ยังไงก็ต้องดีอยู่แล้วละ...แต่เล่มละ40 แรกๆก็คิดว่า"เพิ่มแค่5บาท ไม่ตายหรอก" ตอนนี้ขอถอนคำพูดละ เพิ่ม5บาทนี่ซื้อเยอะๆก็หนักใจเหมือนกัน.................

แล้วมีบางเล่มบ้าพลังซัดไปเล่มละ45บาท โห......แทบไม่อยากซื้อเลย

ร้านเช่า คือทางเลือกอีกทางหนึ่งละ สำหรับนักอ่านที่อยากอ่านหลายเรื่องๆในราคาถูก แต่ราคาหนังสือเพิ่มก็ส่งผลไปให้ค่าเช่าหนังสือก็เพิ่มด้วย จาก5เล่ม15บาท เป็น5เล่ม20บาท เพิ่มมา 5 บาทอีกละ

หลายๆคนมักบอกว่าร้านเช่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้สำนักพิมพ์ขายหนังสือไม่ได้...ถ้าไม่มีร้านเช่านี่มั่นใจหรือเปล่าว่าจะทำให้ขายดีขึ้น เพราะต่อให้ไม่มีร้านเช่า แล้วบางเรื่องที่น้อยนักผมจะไม่ซื้อเก็บ ผมก็ยืมเพื่อนอ่านอยู่ดี ถ้าไม่มีร้านเช่า จะทำให้ราคาการ์ตูนลดลงไหม???

บางคนก็บอกว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจ น้ำมันแพงขึ้นค่านู้นค่านี่บลาๆๆๆๆ ทำให้ราคาหนังสือแพงขึ้น อืมตรงนี้ก็เข้าใจดีนะ

แต่ว่าทำไมเวลาเศรษฐกิจไทยมันดีขึ้นมา ราคาน้ำมันเริ่มลด ทำไมราคาการ์ตูนไม่ลดลงละ..........

ไม่คิดจะกล่าวว่าสำนักพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาราคาแพง...

เพราะเข้าใจว่า"คงมีเหตุผลของเขาละ" เราเป็นผู้ซื้อก็ได้แค่วิ่งตามไปจ่ายเงินให้เขาเท่านั้น